การจัดทำแผนกลยุทธ์

  • PDF
  • พิมพ์
  • อีเมล

การมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์

คิดกว้าง-มองไกล มองไปข้างหน้า

วิเคราะห์ส ิ่งแวดล้อมในอนาคต

รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนและสถานการณ์ขององค์การ

รู้จักเลือก แล้วมุ่งความพยายามสู่โอกาสนั้น

สร้างวิสัยทัศน์สร้าง Vision มี Vision

กําหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์รวมขององค์การอย่างชัดเจน

ไม่ติดยึดกับปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาในระบบปัจจุบัน

ปรับระบบและการทํางานปัจจุบันให้รับกับการดําเนินงาน

สู่จุดที่ต้องการในอนาคต

 

การวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นการวางแผนที่มีการกําหนดวิสัยทัศน์ มีการกําหนดเป้าหมายระยะยาวที่แน่

ชัด มีการวิเคราะห์อนาคตและคิดเชิงการแข่งขัน ที่ต้องการระบบการทํางานที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง

สําหรับการทํางานในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต้องการ

ระบบการทํางานที่คล่องตัว ต้องการดําเนินงานมีประสิทธิภาพสูงในการนําสู่เป้าหมายในอนาคต สามารถเผชิญกับ

การเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อความอยู่รอด (Survive) และความก้าวหน้า (Growth) ขององค์การของหน่วยงาน หรือ

ของธุรกิจของตนในอนาคต

โครงสร้างของแผนกลยุทธ์ 

การจัดทําแผนกลยุทธ์นั้น อาจจะสรุปเป็นขั้นตอนของการจัดทําแผนกลยุทธ์ในอีกแนวหนึ่งเพือช่วยให้ ่

ขั้นตอนชัดเจน และเป็นทางเลือกในกระบวนการจัดทําแผน ภายหลังจากที่ได้ทราบถึงแนวคิดพื ้นฐานขั้นต้นแล้วได้ว่า

การวางแผนกลยุทธ์ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

1. การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจ (Mission Analysis)

2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอนาคต (Environmental Analysis)

3. การวิเคราะห์องค์การ (SWOT หรือ Situation Analysis)

4. การกําหนดวิสัยทัศน์ (Vision)

5. การค้นหาอุปสรรคและปัญหาในการดําเนินงาน (Obstacles)

6. การกําหนดกลยุทธ์ (Strategy Decision)

7. การกําหนดนโยบาย (Policy Decision)

8. การกําหนดกิจกรรม (Activity) สําคัญตามกลยุทธ์และนโยบาย

9. การจัดทําเป็นแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)

 

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร (SWOT)

1. Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ

2. Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเส ียเปรียบ

3. Opportunities - โอกาสที่จะดําเนินการได้

4. Threats - อุปสรรค หรือปัจจัยที่คุกคามการดําเนินงานขององค์การ

 

(Situation Analysis) วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน เพื่อให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ชัดเจน และ

วิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค เพื่อประโยชน์ในการกําหนดวิสัยทัศน์ หรือเลือกกลยุทธ์ระดับองค์กรที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการทำStrategic Decision การทํา Strategic Decision เป็นการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์หรือวิธีดําเนินงานที่สําคัญที่เป็นหลักในการปฏิบัติไปสู่สภาพที่ต้องการในอนาคตขององค์การเพื่อการบรรลุ Vision หรือสภาพในอนาคตตามที่ได ้กําหนดไว้ ซึ่งเป็นการเลือกโดยคํานึงถึงสภาพในอนาคต โดยคํานึงถึงจุดที่ต้องการโดยรู้สถานการณ์เห็นถึงโอกาสและรู้จุดดีจุดเด่นตลอดจนจุดอ่อนในการดําเนินงานไปสู่จุดหมายที่ต้องการขององค์การในอนาคต เป็นการค้นหากลยุทธ์โดยหลักการ มองกว้างเห็นไกล รอบคอบ ตามหลักการกําหนดกลยุทธ์ในแบบต่างๆเช่น กลยุทธ์ที่มุ่งหา S สูง – O สูง, S สูง – T ต่ำ, W ต่ำ– O สูงและ W ต่ำ– T ต่ำ กลยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ ์เพื่อความเจริญก้าวหน้า(Growth Strategy) กลยุทธ์แบบคงที่ (Stability Strategy) กลยุทธ์แบบตัดทอนป้องกัน (Retrenchment and Defense Strategy) กลยุทธ์การตั้งราคา-การขาย กลยุทธ์การแข่งขัน กลยุทธ์การเป็นผู้นํา กลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการ กลยุทธ์การจํากัดขอบเขตปฏิบัติการเป็นต้น

กระบวนการสร้างวิสัยทัศน์ 

1. การระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

ขั้นที่หนึ่ง ประชุมคณะทํางานออกแบบสร้างวิสัยทัศน์ให้แต่ละคนระบุเหตุการณ์ หรือการตัดส ินใจในอดีต 4-8 อย่างที่เคยขึ้นกับองค์กร

ขั้นที่สอง ให้สมาชิกแต่ละคนเขียนวัตถุประสงค์ของเขาในการทํางานให้กับองค์กรโดยให้แสดงออก

จากส่วนลึกของจิตใจและเพิ่มความหมายให้กับงานที่ทํา การเขียนวัตถุประสงค์อาจนําด้วยคําถาม

ขั้นที่สาม เป็นกิจกรรมกลุ่ม ให้จินตนาการว่าในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าเมื่อวันนั้นมาถึงองค์กร

ควรจะประสบความสําเร็จในด้านใด มีชื่อเสียงด้านใด บรรลุวัตถุประสงค์ข้อใดบ้าง หรือยังบกพร่องด้านใดบ้าง

ขั้นที่ส ี่ กลุ่มอธิบายว่า ลักษณะขององค์กรที่คาดหวังเป็นอย่างไรและสะท้อนให้เห็นถึงวัตถุประสงค์

ขององค์กรเพียงใด

ขั้นที่ห้า นําข้อคิดที่ได้ทั้งหมดมารวมเข้าเป็นข้อความที่ระบุวัตถุประสงค์

ขั้นที่หก พิจารณาว่าจะวัดหรือประเมินวัตถุประสงค์นั้นได้อย่างไร

2. การระบุภารกิจให้ชัดเจน (Mission)

เป็นการพิจารณาว่าองค์กรของท่านควรจะทําอะไรที่พิเศษหรือยิ่งใหญ่ให้สังคม เมื่อเปรียบเทียบกับ

องค์กรอื่นที่มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันแล้ว พบว่าภารกิจองค์กรของท่านควรแตกต่างจากองค์กรเหล่านั้น

อย่างไรให้เขียนภารกิจลงไปให้ชัดเจน

3. การวิเคราะห์องค์กร

เนื่องจากวิสัยทัศน์ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงจึงจําเป็นต้องวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของ

องค์กรเพื่อดูความเป็นไปได้และดูว่าอะไรทําให้องค์กรของเราแตกต่างจากองค์กรอื่นในวงการเกี่ยวกัน

อะไรคือสิ่งที่ลูกค ้าคาดหวังจากเราขณะเดียวกันก็ให้วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมขององค์กรด้วย

4. การสร้างวิสัยทัศน์

ย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์ (Purpose) และภารกิจ (Mission) ทีเขียนไว้แล้ว ่ นํามากําหนดเป็น

วิสัยทัศน์พิจารณาความเป็นไปได้จากการวิเคราะห์องค์กรแล้วปรับแก้ไขอีกครั้งจากนั้นทดสอบประสิทธิผล

ของวิสัยทัศน์ที่เข ียนโดยตอบคําถามให้ได้ว่าวิสัยทัศน์นั้นเป็นที่เข้าใจของคนในองค์กร หรือวงการเดียวกันนี้

หรือไม่ เราได้ดูความเป็นไปได้ของวิสัยทัศน์แล้วหรือยังเป็นที่ชัดเจนหรือไม่ว่าเมื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์แล้วจะ

เกิดผลอะไรขึ้นกับองค์กร

การเขียนวิสัยทัศน์ ต้อง สั้น ง่าย ให้พลัง ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.อุทัย

บุญประเสริฐ คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการกําหนดวิสัยทัศน์ ไว้ดังนี้

การกําหนดวิสัยทศนั ์ : จุดสุดท้ายของการวางแผนที่ชัดเจนในการวางแผนจะมีการกําหนดจุดสุดท้ายไว้เป็นลําดับขั้นดังนี้

ระดับอุดมคติ : ปรัชญา/ปณิธาน (philosophy/will)

ภารกิจของหน่วยงาน/องค์การ (MISSION)

จุดมุ่งหมาย (Goal)

วัตถุประสงค์ (Objective)

เป้าหมาย (target)

 

สรุปได้แก่ 

ลักษณะของวิสัยทัศน์ต้อง : จูงใจ ระดมความคิด ระดมพลังใจ ปลุกเร้า

การเขียนวิสัยทัศน์ : สั้น ง่าย ให้พลัง

 

พันธกิจ (Mission)

พันธกิจมีคําที่ใช้แทนกันอยู่หลายคําเช่น ภารกิจหรือปณิธาน พันธกิจคือ จุดมุ่งหมายพื้นฐานซึ่งแสดงเหตุผล

หรืออธิบายว่าทําไมองค์กรจึงถือกําเนิดขึ้นมาหรือดํารงอยู่ ป็นหลักการที่ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ กําหนด

เป้าหมาย วัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจขององค์กร (Mission Aanlysis) เพื่อตรวจสอบว่างานหลักขององค์กรที่ทําอยู่ในปัจจุบัน ยังมีความเป็นอยู่หรือไม่ พันธกิจใดควรยกเล ิก

เพราะเหตุใด พันธกิจใดควรดํารงอยู่เพราะเหตุใด และพันธกิจใดควรปรับเปลี่ยนใหม่หรือเพิ่มขึ้นใหม่ เพราะ

เหตุใด บุคลากรในองค์กรต้องตระหนักว่าภาระกิจใดคือภารกิจหลัก ภารกิจรอง ซึ่งบางหน่วยงานหลงบทบาทหน้าที่ไ         ปทําภารกิจรองแทน ภารกิจหลักก็จะทําให้องค์กรนั้นมีปัญหาในการดําเนินงานได้ คําถามที่ควรใช้สําหรับพันธกิจ

ขององค์กรมีดังนี้

1. เราควรอยู่ในธุรกิจอะไร

2. จุดประสงค์ที่แท้จริงของเราคืออะไร นอกจากการทํากําไรแล้ว องค์การของเรายังมีจุดมุ่งหมาย

อะไรอีก

3. เอกลักษณ์หรือจุดเด่นเฉพาะขององค์การของเราคืออะไร

4. กลุ่มลูกค้าหลักหรือผู้ใช้สินค้ากลุ่มสําคัญคือใครบ้าง

5. ผลิตภัณฑ์หรือบริการตัวเอกของเราในปัจจุบันคืออะไรและในอนาคต ควรเป็นอะไร

6. ส่วนตลาดที่สําคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคตคือส่วนไหนบ้าง

7. ขอบข่ายการจัดจําหน่ายและอาณาเขตตลาดกว้างและครอบคลมแค่ไหนใน ุ ปัจจุบัน และใน

อนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร

8. ธุรกิจของเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากที่เคยเป็นมาเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมา

9. ในอนาคตข้างหน้า 3-5 ปีธุรกิจของเราจะเปลี่ยนโฉมจากเดิมไปเป็นอะไร อย่างไร

10.ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มุ่งหวังและต้องการมากที่สุดของเราคืออะไรและมีวิธีการวัดผล

สําเร็จเหล่านั้นอย่างไร

11. มีประเด็นแง่คิดเกี่ยวกับปรัชญาทางธุรกิจอะไรบ้างที่มีความสําคัญต่ออนาคต ขององค์การเช่น

เรื่องภาพพจน์ขององค์การ ความเป็นผู้นําในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ในบรรดาผู้ร่วมวิชาชีพหรือชุมชน ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ความสามารถในการคิดค้นพัฒนาขนาดการเสี่ยงคุณภาพ ประสิทธิภาพผลผลิต วิธีการจัดการฯลฯ

12. ควรต้องพิจารณาให้น้ําหนักความสําคัญต่อกลุ่มภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้าชุมชน กลุ่ม

พนักงาน และอื่น ๆในเรื่องอะไรบ้างหริอไม่เมื่อได้มีการถามคําถามแล้วนํามาร่วมกันปรึกษาและพิจารณาออกควาเห็นกันแล้วจากนั้นก็จะได้มีการมอบหมายให้มีสมาชิกคนใดคนหนึ่งหรือ 2-3 คน นําไปประมวลและเขียนขึ้นเป็นข้อความเพื่อนํามาพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง

เป้าประสงค์ 

เป้าประสงค์ คือ สภาพความสําเร็จของการดําเนินงานในขั้นตอนสุดท้ายของแต่ละยุทธศาสตร์ การกําหนด

อาจช่วงเวลาที่ต่างกัน 5 ปี 3 ปี หรือ 10 ปีแล้วแต่กรณี การกําหนดเป้าประสงค์ในระยะยาว (Long term objective)อาจกําหนดสภาพความสําเร็จของการดําเนินงานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในแต่ละปีได้หรืออาจเป็นเป้าประสงค์ลักษณะที่เป็นเป้าหมาย (Target)

เป้าประสงค์ขององค์กร

กล่าวสั้น ๆเป้าประสงค์ขององค์กร หมายถึง การระบุหรือบอกให้ทราบเกี่ยวกับสิ่งที่องค์กรจะทําให้ได้ หรือส ิ่งที่องค์กรต้องการจะเป็นสําหรับระยะเวลาใดเวลาหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เช่น อาจจะเป็น 3 ปีถึง 5 ปีก็ได้ เป้าประสงค์ที่กําหนดขึ้นมานี้ ในทางปฏิบัติควรจะต้องสามารถวัดผลได้ตามสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าประสงค์ระยะสั้น ซึ่งเป็นเป้าประสงค์จากการดําเนินงานที่เป็นผลงานประจําปี หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “ annual operational ” นั้นการระบุออกมาเป็นจํานวนตัวเลขที่ชัดเจนและวัดได้ นับว่าเป็นสิ่งจําเป็นและสําคัญยิ่ง ที่จะช่วยให ้การวางแผนมีคุณภาพสําหรับที่จะนํามาใช้บริหารงานในทางปฏิบัติ

 

กล่าวโดยสรุป หลักในการกําหนดเป้าประสงค์ในด้านการจัดการศึกษา ควรยึดหลักดังนี้

1. ระบุเวลาที่ต้องการใช้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

2. ไม่ควรมีจํานวนมาก/มีความเป็นไปได้

3. กําหนดเป้าหมายแต่ละเรื่องต้องชัดเจน

วิธีการจัดทําแผนกลยุทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ 

การจัดทําแผนกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถทําได้โดยว ิธีการจัดประชุมคณะกรรมการวางแผนของ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ทั้งนี้โดยต้องให้เป็นการประชุมที่มีจํานวนครั้งมากพอ และลักษณะการประชุมจะต้องเปิดกว้าง

โดยมีการขยายขอบเขตทั่วถึงทุกจุดงานที่มีความสําคัญพร้อมกับต้องเป็นการประชุมที่มีคุณภาพ ที่ผู้บริหารทุกคน

ต่างก็ทุ่มเทเอาใจใส่ในผลสําเร็จต ่างๆ ที่จะทําได้ด้วย ในการจัดประชุมวางแผนนี้จะมีการจัดการประชุมเพื่อพ ิจารณา

ส่วนประกอบของการวางแผนแต่ละส่วนหรือหลายส่วนรวมกันได้ ทั้งนี้สําหรับจํานวนครั้งของการประชุมจะมีมากครั้ง

เพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแผนงานที่ต้องพิจารณา (ตัวอย่างเช่น กรณีการวางแผนขนาดใหญ่ของ

ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย การประชุมวางแผนโดยคณะกรรมการวางแผนของธนาคาร ซึ่งประกอบด้วยผู้จัดการ

ใหญ่และผู้บริหารทุกตําแหน่งลงมาถึงผู้จัดการฝ่ายนั้น ได้ใช้เวลาประชุมแผนกลยุทธ์ติอดต่อกัน 4-6 วัน และเป็นการ

ประชุมแผนดําเนินงานของฝ่ายต่างๆ ต่อเนื่องกันอีก 10-15 วัน โดยจะมีการสรุปแผนเมื่อการประชุมแผน

 
Free Joomla Templates by JoomlaShine.com