3G ไม่อาจแทนที่ Fixed Line

  • PDF
  • พิมพ์
  • อีเมล

 

  

ที่ผ่านมาเราเคยพูดถึงประสิทธิภาพของ 3G กันไปก็หลายต่อหลายครั้ง กล่าวได้ว่าเรามองไปที่เทคโนโลยียุคที่ 3 นี้จนเกือบพลั้งเผลอที่จะมองข้ามของดีที่เรามีอยู่ แต่เราหาได้ใส่ใจกับมันมากเท่าที่ควร เหตุที่เป็นเช่นนั้น คงเป็นเพียงเพราะว่าเราได้มองเทคโนโลยีนี้ว่า “มันเป็นของเก่า”

สำหรับการแข่งขันบรอดแบนด์ในบ้านเราตอนนี้ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องของ “ความเร็ว” กันเป็นหลัก ในขณะที่ปัจจัยด้านอื่นๆ อย่างความเหมาะสมของเทคโนโลยี และความสะดวกสบายเป็นเรื่องรองลงมา

เมื่อพูดถึงการแข่งขันที่มีความเร็วและความสะดวกเป็นหัวหอกสำคัญแล้ว การนำคุณประโยชน์ของเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง 3G มาใช้ ก็เป็นอีกกลวิธีหนึ่ง ที่ได้ผลดีไม่น้อยต่อกลุ่มเป้าหมายที่นิยมความเร็ว และความหรูดูมีสไตล์ คงไม่มีใครปฏิเสธ ว่าเวลาคุยกับเพื่อนแล้วบอกว่า ใช้ 3G อยู่นะ จะเป็นความรู้สึกที่วิเศษขนาดไหน

ย้อนกลับมาที่น้ำพริกถ้วยเก่า ADSL ที่บ้านเราใช้เป็นเน็ตพื้นฐาน และมีการพัฒนาอยู่ตลอดในด้านความเร็ว เพียงแต่ทุกครั้งที่มีการอัพเดทประสิทธิภาพ คนจะหันไปมองแค่ตัวโอเปอเรเตอร์ว่า ปรับสปีดให้แล้ว มากกว่าจะมองว่า ค่ายนี้พัฒนามาถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่

 

แทนกันได้หรือไม่

หากพิจารณาที่ประเด็นหลักๆ ไม่พ้นเรื่องของสปีดการรับส่งข้อมูลที่ทั้ง 3G และ ADSL มีอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน นั่นคือ 3.6 - 7.2 MBที่ปัจจุบันเป็นสปีดพื้นฐานของการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปแล้ว จุดต่างที่ทำให้ 3G มีภาษีดีกว่าในมุมมองคนทั่วไปคือ การใช้งานแบบเคลื่อนที่ ส่วน ADSL เดิมๆ นั้น ความเร็วมาตรฐานปัจจุบันอยู่ที่ขั้นต่ำ 4 MB แต่วิ่งจริงได้แค่ 3.1 MB ก็หรูแล้ว กับการใช้งานที่ต้องอยู่ประจำที่ ทำให้ขาดความสะดวกสบาย เมื่อเทียบกับ 3G ที่เป็นโมบิลิตี้

อย่างไรก็ดี ภายใต้ความคล่องตัวของ 3G ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน นั่นคือเรื่องของความครอบคลุมสัญญาณ

แต่ในภาพรวมที่มีคนมองไว้ว่าน่าจะเป็น หลังการเกิด 3G อย่างเป็นทางการทั่วประเทศคือ การใช้งานบรอดแบนด์จะหันมาที่ 3G มากขึ้น เพราะประสิทธิภาพที่สามารถใช้งานได้ทั้งการเป็นเทคโนโลยีสื่อสารยุคใหม่ และการเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขอเพียงมี USB dongle เท่านั้น หากใครได้ลองใช้ 3G ดูแล้วจะเข้าใจในจุดนี้จริงๆ ว่าความสะดวกและประสิทธิภาพของมันทำให้เกิดอาการ “ติด” ได้

ในขณะที่ ADSL ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่เกิดจากหลายปัจจัย แม้จะมีความเสถียรของสัญญาณมากกว่าก็ตาม แต่เพราะตัวของเทคโนโลยีเองที่ใช้สายทองแดง ทำให้หลายต่อหลายเสียงวิเคราะห์ดูแล้วว่า ไม่เหมาะสมต่อสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา

แต่สัญญาณ 3G ที่ส่งผ่านทางอากาศก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ เพราะข้อจำกัดของสัญญาณทางอากาศนั้น เห็นได้ชัดเจนกว่า ตั้งแต่ปริมาณคนใช้งานพร้อมๆ กัน ทำให้แบนด์วิทไม่เพียงพอ ไปจนถึงสถานีฐานเดี้ยง, พื้นที่รับสัญญาณที่บางจุดเป็นจุดอับ ทำให้เกิดรอยรั่วที่ถูกแซวว่า 3G เป็นหย่อมๆ

ZTE ชี้ชัด แทนที่กันไม่ได้

จากประเด็นดังกล่าว เราก็ได้รับข้อคิดเห็นอันน่าสนใจจาก ZTE หนึ่งในยักษ์ใหญ่วงการโทรคมฯ มีเหตุผลที่ทำให้ 3G ยังไม่สามารถแทนที่ ADSL ได้

แหล่งข่าวภายใน ZTE กล่าวกับทีมข่าว Telecom Journal ว่า เป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ที่ 3G จะเข้ามาแทนที่ ADSL หรือ Fixlined Broadband ทั้งหมด “เราเลือกที่จะสละประสิทธิภาพและความสะดวกสบายของการใช้งานแบบโมบิลิตี้ออกไป แต่ได้มาซึ่งแบนด์วิธขนาดใหญ่ และความเสถียรของสัญญาณมากกว่า”

ในส่วนนี้ ZTE เองก็มีการใช้เทคโนโลยี xPON เป็นหัวหอกในการสู้กับ 3G

xPON เป็นเทคโนโลยีที่รวมเอา EPON และ GPON เข้าด้วยกัน ซึ่ง ZTE ได้รวมเข้าไว้ด้วยกันและนำมาใช้งานในรูปแบบของ FTTx โดยที่ EPON สามารถให้แบนด์วิทได้ถึง 1250 Mbps ทั้งการอัพลิงค์ และดาวน์ลิงค์ ส่วน GPON ให้แบนด์วิทในการอัพลิงค์ที่ 1250 Mbps และดาวน์ลิงค์ที่ 2488 Mbps

 

xPON เส้นทางอนาคต

เมื่อเรามองไปสู่อนาคตเบื้องหน้า ความต้องการใช้งานแบนด์วิธจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังคำกล่าวของ ดร. ยรรยง เต็งอำนวย ว่า “อสุรกายแห่งการใช้งานกำลังจะมาถล่มโลก” ซึ่งจุดนี้เอง ที่ xPON จะเข้ามาเป็นเทคโนโลยีตอบโจทย์ เมื่อพิจารณาตามภาพที่ 1

นอกจากนี้ เราไม่ได้ใช้ xPON แค่ตัวระบบที่เป็นฮาร์ดแวร์ที่เป็นของมันเองโดดๆ แต่เราใช้มันร่วมกับ DSLAM ที่ใช้เทคโนโลยีของ ADSL2+ และหรือ VDSL2 หรือแม้แต่กับสวิตช์ที่ใช้เทคโนโลยี FE, GE

มีตัวอย่างของการใช้งานลักษณะใกล้เคียงกันนี้อยู่มากมาย อาทิ FTTH, FTTB+VDSL2, FTTCab+VDSL2 ซึ่งการใช้งานรูปแบบนี้จะรองรับการใช้งาน HDTV แบบเรียลไทม์          

ในขณะที่ xPON กำลังมุ่งสู่อนาคตตามเส้นทาง เราจะเห็นการหลอมรวม GPON เข้ามาเพื่อพัฒนาเป็น xGPON และ WDM-PON หรือ EPON เป็น 10G EPON และไปบรรจบกันที่ WDM-PON เช่นเดียวกัน

กล่าวคือ ในอนาคต เราจะได้เห็น xPON ที่พัฒนาจนถึงขีดสุดเป็น WDM-PON ดังภาพที่ 3

ตลาดโหม Fixed Line เต็มสตรีม

นอกเหนือจากข้อคิดเห็นในฝั่งของ ZTE แล้ว เราจะเห็นได้ว่า ระยะนี้ บรรดา ISP ต่างก็พยายามทุ่มโปรโมชั่น ADSL กันแบบสุดชีวิต โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะ ความไม่ชัดเจนของอนาคตเรื่องไลเซนส์ 3G บรรดา ISP จึงต้องหันมามองของดีที่มีอยู่ในมือ และเป็นตลาดสำคัญที่นำมาซึ่งรายได้หลัก

ในการแข่งขันด้าน ADSL และ Fixed Line จะพบว่ามีการทำโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมอื่น ที่ไม่ใช่แค่การอัพสปีดให้ลูกค้าเพียงอย่างเดียว ทว่า ในช่วงเวลาที่โครงการเหล่านั้นอยู่ในระหว่าง “ขั้นทดสอบ” การหันมาพัฒนาที่ของตายในมือจึงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ล่าสุดคือ TOT ที่หันกลับมากระหน่ำตลาดอีกครั้งด้วยโปรโมชั่น ฟ้าลั่นสนั่นกรุง พร้อมกับการเปิดกลยุทธ์ใหม่ เน็ตใช้ได้ไม่ต้องมีเบอร์ ซึ่งอดีต MAXNET เคยใช้จนประสบความสำเร็จ ก่อนจะต้องเผชิญมรสุมจนกลายเป็น 3BB อย่างทุกวันนี้ ในขณะที่ทรู ก็ยังยึดมั่นกับแนวคิดเดิมคอนเวอร์เจนซ์ อันเป็นจุดแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดของการทำตลาดสำหรับทรู

แต่สิ่งที่เรามองว่าน่าสนใจที่สุด ณ เวลานี้ คือการทำ FTTx ที่เริ่มเดินสายทดสอบแล้วในหลายจุดทั่วประเทศ กับหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่ง TOT กำลังทำอยู่ในส่วนนี้ ทั้งการลากโครงข่ายให้บริการทั่วภูเก็ต การจับมือกับนิคมอุตสาหกรรมที่ชลบุรี จนถึงล่าสุด การพยายามปลูกฝังให้ FTTH เป็นโครงข่ายพื้นฐานของที่อยู่อาศัย ที่ TOT ทำร่วมกับ The Coast Bangkok

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็น Fixed Line หรือ 3G ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่เราทุกคนต่างรอคอย เช่นเดียวกัน

  

ขอบคุณข้อมูลจาก Telecom Journal

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2010 เวลา 17:11 น.

 
Free Joomla Templates by JoomlaShine.com